อูไน เอเมรี่ กุนซือ อาร์เซน่อล ระบุ ตอนที่ตนเข้ามารับงานกับ “ไอ้ปืนใหญ่” ตนเคยอยากได้ ฟาบินโญ่ มาร่วมทีมมากๆ แต่สุดท้ายแข้งชาวบราซิเลียนก็ไปซบ ลิเวอร์พูล โดยในตอนนั้น ฟาบินโญ่ เคยเป็นหนึ่งในขุนพลของ อาแอส โมนาโก ชุดที่ได้แชมป์ ลีก เอิง ในฤดูกาล 2016-17 โดยมันถือเป็นผลงานที่หักปากกาเซียนแทบทุกสำนัก เพราะตอนแรกหลายคนมองว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นเต็งจ๋าที่จะได้แชมป์ไปครอง โดยในซีซั่นนั้นเทรนเนอร์ของ “เปแอสเช” ก็คือ เอเมรี่ นั่นเอง โดย อูไน เอเมรี่ กล่าวว่า
“พอผมมาทำงานกับที่นี่ (อาร์เซน่อล) ผมก็กำหนดให้การเซ็นสัญญากับเขาให้ได้เป็นเป้าหมายเหมือนกัน แต่สุดท้ายเขาก็เซ็นสัญญากับ ลิเวอร์พูล ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกที่มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เขาไม่ได้มีฟอร์มที่ดีมากเท่าไหร่ มันเป็นช่วงที่เขาต้องปรับตัว และตอนนี้เขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ”
เปิดแข้งหงส์แดงที่ควรปล่อยออกไป หากได้ ซานโช่ มาร่วมทัพ

เจดอน ซานโช่ ปีกชาวอังกฤษของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ฟอร์มร้อนแรงมากที่สุดของโลกฟุตบอลในตอนนี้ หลังจากเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อนที่ทำไป 13 ประตู กับอีก 19 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 43 นัดในทุกรายการ ขณะที่ซีซั่นนี้ก็ยังทำผลงานได้น่าประทับใจ ด้วยฟอร์มการเล่นระดับนี้ ทำให้มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่ดาวเตะวัย 19 ปีจะตกเป็นข่าวกับหลายทีมชั้นนำทั่วทวีปยุโรป อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เรอัล มาดริด และ ลิเวอร์พูล เป็นต้น ซึ่ง มิชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาของ ดอร์ทมุนด์ ก็เคยออกมายอมรับตามตรงว่ามีโอกาสน้อยมากๆ ที่ ซานโช่ จะอยู่กับทีมเป็นเวลานาน
โดยล่าสุด ดีทมาร์ ฮามันน์ อดีตกองกลางชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ออกมาบอกเองว่าตนได้ข้อมูลวงในมาว่า “หงส์แดง” อยากได้ตัว ซานโช่ อย่างมาก แต่หนึ่งในเงื่อนไขที่จะทำให้การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นได้ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่หนึ่งใน 3 ยอดแนวรุกชุดปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล ต้องย้ายออกไปสัก 1 คนก่อน คำถามก็คือคนไหนที่ย้ายออกไปแล้วจะส่งผลเสียกับ ลิเวอร์พูล น้อยที่สุด ในกรณีที่ได้ ซานโช่ มาเป็นทายาท
โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่
ถ้าไม่นับดาวรุ่งอย่าง ริอาน บรูว์สเตอร์ แล้วนั้น โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ก็เป็นเพียง 1 ใน 2 นักเตะชุดปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล ในด้านการเป็นนักเตะประสบการณ์สูงที่พอจะรับบทบาทกองหน้าตัวกลางได้ดีที่สุด โดยอีกคนหนึ่งคือ ดิว็อค โอริกี้ ซึ่งมันก็แทบจะแน่นอนว่าคุณภาพโดยรวมของ ฟีร์มีโน่ ดีกว่า โอริกี้ เยอะพอตัว จริงอยู่ว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ เคยถูกใช้งานในฐานะกองหน้าตัวกลางมาแล้วในช่วงที่ ฟีร์มีโน่ ได้รับบาดเจ็บ แต่คุณภาพของพวกเขาไม่เหมาะกับการเล่นในตำแหน่งนั้น จนทำให้พวกเขาไม่สามารถโชว์ศักยภาพที่ดีที่สุดออกมาได้ ซานโช่ เองก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน แม้ว่าเจ้าตัวจะมีผลงานการทำประตูที่น่าพึงพอใจ แต่เขาเป็นนักเตะสไตล์ชอบลากเลื้อยตรงริมเส้นมากกว่าการยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ดังนั้นเขาจึงไม่ใช่คนที่จะเป็นทายาทของ ฟีร์มีโน่
ซาดิโอ มาเน่
มาเน่ ถือเป็นตัวอันตรายที่พร้อมจะกระชากหนีคู่แข่งแล้วเข้าไปยิงแบบเต็มแรงได้ ตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดร่วมของ พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน จากการทำไป 22 ลูก และการยิงในลีกประจำฤดูกาลนี้ไปอีก 5 ประตูจากการลงเล่น 9 นัด ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงคุณภาพของเขาได้ดีกว่าอะไรทั้งหมด ในด้านความเร็วนั้น หลายคนมองว่า มาเน่ ยังเหนือกว่า ซาลาห์ ซะด้วยซ้ำ ถ้าจะมีอะไรที่พอบอกได้ว่าเป็นจุดด้อยที่สุดของเขาก็คงจะเป็นเรื่องการครอสบอลที่ยังแม่นสู้คนอื่นๆ ในทีมไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าตรงจุดนี้ดาวเตะชาวเซเนกัลด้อยกว่า ซานโช่ อย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งที่ ซานโช่ ยังเทียบ มาเน่ ไม่ได้ก็คือเรื่องการยิงนั่นเอง ต่อให้อดีตลูกหม้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะทำประตูได้ดีในระดับหนึ่ง แต่เขาก็ยังสู้ มาเน่ ไม่ได้
โมฮาเหม็ด ซาลาห์
เจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของ ลิเวอร์พูล จากการลงเล่นในทุกรายการ 2 ฤดูกาลติดต่อกัน (44 ลูกในฤดูกาล 2017-18 และ 27 ลูกในซีซั่น 2018-19) คงเป็นเครื่องการันตีได้ดีว่า ซาลาห์ เป็นคนที่จบสกอร์ได้ดีมากที่สุดคนหนึ่งของโลกฟุตบอลในยุคนี้ แถมเขายังมีความสามารถด้านการแอสซิสต์ด้วย เพราะอย่างฤดูกาลก่อนก็ทำแอสซิสต์รวมในทุกรายการไป 10 ครั้ง โดยถ้านับเฉพาะภายในทัพ “หงส์แดง” ก็เป็นรองเพียง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 2 ยอดฟูลแบ็กจอมผ่านบอลเท่านั้น แน่นอนว่าด้านความเร็วแล้ว ซาลาห์ อาจจะด้อยกว่า มาเน่ นิดหน่อย แต่เขาก็เหนือกว่าอีกฝ่ายในด้านเทคนิค ถึงแม้จะมีบางครั้งที่เขาโดนตำหนิว่ามีทัศนคติการเล่นที่เห็นแก่ตัว อย่างเช่นตอนที่ไม่ผ่านบอลให้ มาเน่ ในเกมกับ เบิร์นลี่ย์ แต่ดาวเตะชาวอียิปต์ก็เป็นคนที่ผ่านบอลได้ดีมากๆ คนหนึ่งเหมือนกัน
การที่เขาทำแอสซิสต์รวมในทุกรายการไป 10 ครั้งเมื่อฤดูกาลก่อนคือหนึ่งในสิ่งที่สื่อถึงเรื่องนั้น โดยถ้านับเฉพาะภายในทัพ “หงส์แดง” แล้วล่ะก็ ซีซั่นที่แล้วเขาก็เป็นรองด้านแอสซิสต์เพียงแค่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 2 ยอดฟูลแบ็กจอมผ่านบอลเท่านั้น ซึ่งถ้าเกิด เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล คิดที่จะเอา ซานโช่ มาเป็นตัวแทนของ ซาลาห์ ในด้านการผ่านบอลอย่างเดียวก็พอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าเขาทำอย่างนั้นมันก็อาจจะส่งผลเสียกับจำนวนประตูของทีมเช่นกัน เพราะ ซานโช่ ยิงได้ไม่เก่งเท่า ซาลาห์ นั่นเอง
สรุป : ฟีร์มีโน่ คือคนแรกที่สามารถตัดออกไปได้เลยในประเด็นที่ว่าจะขายออกไปแล้วเอา ซานโช่ เข้ามาแทนดีรึเปล่า เพราะตำแหน่งของเขากับ ซานโช่ ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งนั่นก็ทำให้เหลือเพียง มาเน่ กับ ซาลาห์ เท่านั้น โดยถ้าปล่อย มาเน่ แล้วเอา ซานโช่ เข้ามาแทน มันก็จะทำให้ ลิเวอร์พูล เสียจอมยิงประตู พร้อมกับได้จอมแอสซิสต์เข้ามา
ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากเลือกขาย ซาลาห์ แล้วเอา ซานโช่ เข้ามารับหน้าที่ตรงริมเส้นต่อ มันก็จะทำให้ ลิเวอร์พูล เสียนักเตะที่ทำได้ทั้งการยิงและการผ่านบอลไป แล้วได้คนที่ผ่านบอลเก่งมาอยู่กับทีม ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องเลือกจริงๆ แล้วล่ะก็ การปล่อย มาเน่ ออกไป ก็น่าจะส่งผลเสียกับ ลิเวอร์พูล น้อยที่สุด ในกรณีที่พวกเขาได้ ซานโช่ มาร่วมทัพ
รายละเอียดคดีความ นิว บาลานซ์ ฟ้องร้อง ลิเวอร์พลู กรณีผิดสัญญาชุดแข่ง

คดีที่ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดนทาง นิว บาลานซ์ บริษัทผลิตภัณฑ์กีฬาสัญชาติอเมริกันยื่นเรื่องฟ้องร้อง จากกรณีสาเหตุที่ ลิเวอร์พูล ต้องการเซ็นสัญญากับ ไนกี้ มันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายๆ เพราะพวกเขามองว่าการทำอย่างนั้นจะเป็นผลดีต่อการเงินของสโมสรมากกว่า จากการที่ ไนกี้ เป็นแบรนด์ระดับ 5 ดาว ที่มีร้านค้าอยู่หลายร้านทั่วโลก จนจะทำให้ทีมขายชุดแข่งได้แบบเป็นกอบเป็นกำ โดยนอกจาก ไนกี้ จะจ่ายให้ ลิเวอร์พูล ในเบื้องต้นฤดูกาลละ 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,140 ล้านบาท) แล้วนั้น มันยังมีเงื่อนไขต่างๆ ที่จะทำให้ ลิเวอร์พูล ได้รับเงินมากกว่านั้นด้วย อย่างเช่นส่วนแบ่งจากการขายชุดแข่ง 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น
ขณะที่ นิว บาลานซ์ ซึ่งเหลือสัญญากับ ลิเวอร์พูล ถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้านั้น อ้างว่าในสัญญามันระบุเอาไว้ว่าพวกเขามีสิทธิ์ที่จะให้ข้อเสนอเท่ากับคู่แข่งที่ต้องการพราก ลิเวอร์พูล ไปจากพวกเขา ไม่ว่าข้อเสนอนั้นจะเป็นในรูปแบบเงิน หรือเงื่อนไขอื่นๆ ก็ตาม เพื่อที่พวกเขาจะได้ยังเป็นคนทำชุดแข่งให้ ลิเวอร์พูล ต่อไป ซึ่งทาง ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ สื่อท้องถิ่นประจำเมือง ลิเวอร์พูล ได้บอกเล่าถึงปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ ลิเวอร์พูล อยากเซ็นสัญญากับ ไนกี้ รวมถึงการชี้แจงของทนายจากทั้งสองฝั่ง ก่อนที่การตัดสินจะมีขึ้น ลองไปดูกันดีกว่าว่ารายละเอียดเป็นยังไง
ปัจจัยหลักที่ทำให้ ลิเวอร์พูล อยากเซ็นสัญญากับ ไนกี้
อย่างที่บอกไปในข้างต้นว่า ไนกี้ เสนอที่จะจ่ายเงินให้ ลิเวอร์พูล เป็นจำนวน 30 ล้านปอนด์ต่อซีซั่น ซึ่งแน่นอนว่านั่นไม่ใช่ตัวเลขที่เยอะเท่าไหร่เมื่อเทียบกับรายอื่นๆ อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมารับเงินจาก อาดิดาส เป็นจำนวนฤดูกาลละ 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,850 ล้านบาท) เป็นต้น แต่เงื่อนไขส่วนแบ่ง 20 เปอร์เซ็นต์ก็เป็นสิ่งที่จะส่งผลดีกับ ลิเวอร์พูล มากๆ และทำให้จำนวนเงินที่พวกเขาจะได้จาก ไนกี้ สูงขึ้นไปอีก
และยังมีการระบุว่า ไนกี้ ยอมที่จะวางขายชุดแข่งของ ลิเวอร์พูล ในร้านค้าของพวกเขาอย่างน้อย 6,000 สาขาทั่วโลก แถมยังจะเอาคนดังระดับโลก อย่างเช่น เลอบรอน เจมส์, เซเรน่า วิลเลี่ยมส์ และ เดร็ค มาช่วยโปรโมตด้วย ซึ่งการที่ชุดแข่งของพวกเขาจะได้ขายในหลายร้าน รวมถึงได้รับการโปรโมตจากคนดังถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ ลิเวอร์พูล อยากเซ็นสัญญากับ ไนกี้ เพราะผู้บริหารของ ลิเวอร์พูล มองว่าถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะขายชุดแข่งได้บานเบอะ จนได้รับเงินก้อนโตจากเงื่อนไขส่วนแบ่ง 20 เปอร์เซ็นต์
การชี้แจงจาก นิว บาลานซ์
แดเนี่ยล โอ๊ดเคิร์ค ทนายความของฝั่ง นิว บาลานซ์ บอกว่าพวกเขาสามารถวางขายชุดแข่งของ ลิเวอร์พูล ให้ถึงหลักอย่างน้อย 6,000 สาขา เหมือนกับเงื่อนไขของ ไนกี้ ได้แน่ เพราะตอนนี้พวกเขาก็มีร้านค้า 40,000 สาขาทั่วโลก และพวกเขาก็ส่ง “สินค้าลิขสิทธิ์” ของฝั่ง ลิเวอร์พูล ไปให้ร้านค้าของพวกเขามากถึง 3,900 สาขาแล้วด้วย (โปรดจำคำว่า “สินค้าลิขสิทธิ์” เอาไว้ให้ดี เพราะมันจะมีการกล่าวถึงเรื่องนี้ในประเด็นที่สำคัญ)
ส่วนในเงื่อนไขของ ไนกี้ ที่บอกว่าจะเอาคนดังระดับโลกอย่างเช่น เลอบรอน เจมส์, เซเรน่า วิลเลี่ยมส์ และ เดร็ค มาช่วยโปรโมตชุดแข่งให้ ลิเวอร์พูล นั้น นิว บาลานซฺ บอกว่าเงื่อนไขในสัญญามันไม่ได้หมายความว่า ไนกี้ จะเอาทั้ง 3 คนที่ว่ามาโปรโมตชัวร์ๆ แค่บอกว่า “เอาคนระดับนั้น” มาช่วยโปรโมตชุดแข่งเท่านั้น หรือให้พูดอีกแบบก็คือท้ายที่สุดแล้วทั้ง 3 คนที่ว่าอาจจะไม่ได้มาโปรโมตชุดแข่งของ ลิเวอร์พูล จริงๆ ก็ได้
ด้วยเหตุนี้ นิว บาลานซ์ จึงมองว่าเงื่อนไข “คนดังระดับนั้น” มันเป็นเพียงแนวคิดที่คลุมเครือ, ไม่ใช่เงื่อนไขที่สามารถวัดเป็นรูปธรรมได้ และไม่ควรถูกเอามาพิจารณาในคดีนี้ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ นิว บาลานซ์ คิดว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องให้เงื่อนไขในด้านเอาคนดังมาช่วยโปรโมตเหมือนอย่าง ไนกี้ ก็ได้ แค่ให้ข้อเสนอด้านเงิน และสัญญาการวางขายชุดแข่งในหลายร้านเท่ากับของ ไนกี้ ก็น่าจะเพียงพอต่อการทำให้พวกเขาได้สิทธิ์เป็นคนทำชุดแข่งให้ ลิเวอร์พูล ต่อไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
การชี้แจงจาก ลิเวอร์พูล
กาย มอร์พุสส์ ทนายความของฝั่ง ลิเวอร์พูล บอกว่าถึงแม้ นิว บาลานซ์ จะให้เหตุผลทุกอย่างไว้สวยหรูแค่ไหน แต่ที่ผ่านมา นิว บาลานซ์ ก็ทำผิดพลาดหลายอย่างจนแทบจะถึงขั้นที่ปล่อยผ่านไปไม่ได้ อย่างเช่นเคยมีปัญหาเรื่องตัวอย่างของชุดแข่งที่จะวางขายในประเทศบราซิล รวมถึงการที่ นิว บาลานซ์ นับจำนวนร้านในตลาดย่านเอเชียแปซิฟิคผิด เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น เคนนี่ แม็คคัลลั่ม ผู้จัดการด้านแผนกฟุตบอลทั่วโลกของ นิว บาลานซ์ ยังเคยแสดงความไม่จริงใจกับ ลิเวอร์พูล ด้วยการแอบส่งอีเมลหาเพื่อนร่วมงานว่าห้ามบอก ลิเวอร์พูล เด็ดขาดว่าตัวอย่างของชุดแข่งฤดูกาล 2020-21 ที่ออกแบบเอาไว้ล่วงหน้านั้น มันยังไม่ได้มาตรฐานดีพอ ขณะที่ แคทเธอรีน ฮาวเวิร์ด นักวิเคราะห์ด้านการเงินของ นิว บาลานซ์ ยังแอบซุบซิบกับ คริส เดวิส รองประธานของ นิว บาลานซ์ ด้วยว่าในอนาคตจำนวนร้านค้าของ นิว บาลานซ์ ที่จะวางขายชุดแข่งของ ลิเวอร์พูล จะลดลงแน่นอน
นอกจากนี้ มอร์พุสส์ ยังบอกด้วยว่าในร้านค้า 250 สาขาที่ประเทศญี่ปุ่นของ นิว บาลานซ์ นั้น มันอาจจะไม่ได้วางขายชุดแข่งของ ลิเวอร์พูล แต่วางขายเพียงรองเท้าที่แปะโลโก้ของ ลิเวอร์พูล เอาไว้เท่านั้น ซึ่งนี่ถือเป็นการใช้ลูกเล่นของ นิว บาลานซ์ เพราะในสัญญามันระบุเพียงว่าพวกเขาจะวางขาย “สินค้าลิขสิทธิ์” เท่านั้น ไม่ได้ระบุแบบเฉพาะเจาะจงว่าจะ “วางขาย” ชุดแข่ง และไอ้เจ้า “สินค้าลิขสิทธิ์” ที่ว่าก็มีหลายอย่าง มอร์พุสส์ ยอมรับว่าในกรณีนี้มันไม่ถือว่า นิว บาลานซ์ ทำผิดสัญญา เพราะแค่ขายของที่เป็นสินค้าลิขสิทธิ์ก็ถือว่าเข้าข่ายแล้ว แต่ก็บอกว่า นิว บาลานซ์ ควรจะดำเนินการด้วยความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เอาแต่เห็นเฉพาะผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลักแบบนี้ ส่วนข้ออ้างของ นิว บาลานซ์ ที่บอกว่าเงื่อนไข “คนดังระดับนั้น” มันวัดเป็นรูปธรรมไม่ได้นั้น มอร์พุสส์ ยืนกรานว่ามันวัดเป็นรูปธรรมได้ เพียงแต่ต้องทำในแนวทางที่ต่างออกไป
ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น
แน่นอนว่าถ้าเกิดศาลตัดสินให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายชนะ พวกเขาก็จะไปสวมกอดกับ ไนกี้ ได้ตามใจชอบ ในทางกลับกัน ถ้าเกิด นิว บาลานซ์ ประสบความสำเร็จในการฟ้องร้องครั้งนี้ สิ่งที่ ลิเวอร์พูล ต้องเจอก็ไม่ใช่การจ่ายค่าเสียหายแล้วค่อยไปเซ็นสัญญากับ ไนกี้ ได้ เหมือนในคดีทั่วไป แต่จะเป็นการที่ต้องให้ นิว บาลานซ์ เป็นพันธมิตรด้านชุดแข่งของพวกเขาต่อไป
จริงอยู่ว่าฝ่ายที่แพ้มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ได้ต่อ แต่พวกเขาก็อาจจะไม่ได้รับสิทธิ์นั้นแบบอัตโนมัติ และต้องไปดำเนินการเอาเองจนอาจจะทำให้วุ่นวายในระดับหนึ่ง ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันก็จะทำให้ในวันศุกร์นี้เรื่องราวระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ นิว บาลานซ์ ยังไม่ถึงตอนอวสานตามไปด้วย
แม็กซ์ เทย์เลอร์ เอาชนะโรคมะเร็ง หวนสู้สนามในรอบ 8 เดือน

รายงานจาก สปอร์ตไบเบิล สื่อกีฬาของอังกฤษ รายงานว่า แม็กซ์ เทย์เลอร์ กองหลังดาวรุ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รุ่นอายุต่ำกว่า 23 ปี หวนกลับมาลงสนามได้เป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน หลังสามารถเอาชนะโรคมะเร็ง โดยก่อนหน้านี้ เทย์เลอร์ เพิ่งเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับ “ปีศาจแดง” เมื่อปีที่ผ่านมา หลังเข้าสู่รั้ว โอลด์ แทรฟฟอร์ด ตั้งแต่ปี 2014 และเริ่มฉายแววตั้งแต่อายุยังน้อย รวมถึงเคยมีชื่อติดเป็นตัวสำรองในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เมื่อซีซั่น 2016/17 อีกด้วย และล่าสุด แม็กซ์ เทย์เลอร์ วัย 19 ปี โชคร้ายถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จนต้องเข้าทำการรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัด ก่อนที่ร่างกายจะตอบสนองได้ดีกับการรักษา จนหายป่วยจากโรคมะเร็ง และ กลับมาซ้อมได้ตั้งแต่เดือนกันยายน ที่ผ่านมา
ทีเด็ดทัพปีศาจแดง สนคว้า เจมส์ แมดดิสัน เสริมแกร่งทีม

รายงานจาก แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มั่นใจว่า จะคว้า เจมส์ แมดดิสัน กองกลางตัวเก่ง เลสเตอร์ ซิตี้ มาเข้ารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้อย่างแน่นอน เพียงแต่จะเกิดขึ้นในช่วงเปิดตลาดเดือนมกราคม หรือซัมเมอร์หน้าเท่านั้นเอง โดย เจมส์ แมดดิสัน มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ วัย 22 ปี กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ “สุนัขจิ้งจอก” โดยฤดูกาลนี้ทำไปแล้ว 2 ประตู และ 2 แอสซิสต์ ทำให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ “ปีศาจแดง” ต้องการดึงมาเสริมทัพ เพราะเชื่อว่า จะเข้ามาช่วยสร้างสรรรค์เกม และทำให้ลูกตั้งเตะมีประสิทธิภาพมากขึ้น
มาริโอ มานด์ซูคิช ยอมลดจ้าง หวังซบทัพ ปีศาจแดง

รายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ รายงานว่า มาริโอ มานด์ซูคิช กองหน้าประสบการณ์สูงของ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ยอมลดค่าเหนื่อยที่ต้องการจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหลือ 150,000 ปอนด์ (ประมาณ 5.70 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เพื่อที่จะได้ย้ายไปอยู่กับ “ปีศาจแดง” ในตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสอง ช่วงเดือนมกราคมนี้ได้ ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า มานด์ซูคิช ต้องการค่าเหนื่อยสูงถึงสัปดาห์ละ 300,000 ปอนด์ (ประมาณ 11.40 ล้านบาท) เพื่อแลกกับการไปเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งทางทีมดังของอังกฤษไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินให้มากขนาดนั้น แต่แล้วล่าสุด สื่อดังกล่าวเผยว่า ตัวแทนของแข้งวัย 33 ปี ได้ติดต่อไปหา แมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อบอกว่า มานด์ซูคิช พร้อมที่จะรับค่าเหนื่อยน้อยลงถึงครึ่งหนึ่ง เพราะเขาอยากย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากๆ
ราฮีม สเตอร์ลิง เปิดใจเคยอยู่ร่วมกับหงส์แดง ส่งผลดีกับตนเป็นอย่างมาก

ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกว่าการได้ย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล มันเป็นผลดีต่อตนมากๆ เพราะมันช่วยทำให้ตนได้ไปใช้ชีวิตในย่านเมอร์ซี่ย์ไซด์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดีกว่ากรุงลอนดอนด้วย โดยก่อนหน้านี้ ครอบครัวของเขาเลือกพักอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน ซึ่งมันก็ทำให้ สเตอร์ลิง ไปเข้าอะคาเดมี่ของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ก่อนที่จะโยกไปเข้าศูนย์ฝึกเยาวชนของ ลิเวอร์พูล ในปี 2010 ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้ย้ายไปใช้ชีวิตในเมืองลิเวอร์พูลตามไปด้วย โดย ราฮีม สเตอร์ลิง กล่าวว่า
“คุณเติบโตมาในพื้นที่เหล่านี้ และทุกอย่างก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ผมรักทุกนาที (ที่ได้อยู่กับ ลิเวอร์พูล) มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นกับตัวผมเลย ผมได้เปลี่ยนสถานที่, ได้เจอกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ มันให้อารมณ์เหมือนกับว่าพระผู้เป็นเจ้าท่านได้มอบการเริ่มต้นครั้งใหม่ให้กับผมเลยล่ะ”
มิลเนอร์ เผยรู้สึกดีใจ ที่สร้างปัญหาให้กับ เอวร่า มากที่สุด

เจมส์ มิลเนอร์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่ ปาทริซ เอวร่า อดีตแบ็กซ้ายคนดัง ชมตนว่าเป็นคนที่ทำให้ เอวร่า ต้องเจอปัญหาเวลาดวลด้วยมากที่สุด โดยก่อนหน้านี้ เอวร่า เปิดใจหลายอย่างตอนไปออกรายการของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของประเทศอังกฤษ ซึ่ง เอวร่า บอกว่าเขาไม่รู้สึกหงุดหงิดเวลาที่ต้องดวลกับ ลิโอเนล เมสซี่ แม้แต่นิดเดียว แต่ก็ต้องรู้สึกรำคาญสุดๆ ในตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับ มิลเนอร์ และหลังจากโดนถามเกี่ยวกับคำให้สัมภาษณ์ของ เอวร่า แล้วนั้น มิลเนอร์ ก็ตอบว่า
“มันเป็นเรื่องดีนะที่ได้ยิน ปาทริซ บอกว่าผมเป็นคนที่ทำให้เขาต้องรำคาญน่ะ”
เดวิด มอยส์ ยันนักเตะที่ทัพปีศาจแดง ห้ามขายเด็ดขาด

เดวิด มอยส์ กุนซือว่างงานชาวสกอตต์ แสดงความเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่ควรขาย ปอล ป็อกบา กองกลางคนดังออกจากทีมด้วยประการทั้งปวง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ปอล ป็อกบา ได้รับคำชมจากหลายคนว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่มีฝีเท้าดีที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ แต่ ป็อกบา กลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มแบบนั้นออกมาได้บ่อยเท่าไหร่ในตอนที่ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จนทำให้เขามักจะโดนตำหนิอย่างหนัก ขณะเดียวกันเจ้าตัวก็ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนักในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วย โดย เดวิด มอยส์ กล่าวว่า
“จนถึงตอนนี้ ป็อกบา ก็ยังเป็นกองกลางที่เก่งที่สุดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ เขาสามารถเล่นให้ทีมไหนก็ได้ในโลกนี้ มันก็เป็นเรื่องจริงที่เขาไม่ได้สร้างความแตกต่างได้อยู่เสมอ แต่ผมคิดว่าเขาควรจะต้องอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไปรึเปล่าน่ะเหรอ ? คำตอบก็คือใช่ ผมคิดแบบนั้น”
เปิดสถิติ ทีมพรีเมียร์ลีก พุ่งล้มเรียกใบเหลืองได้มากที่สุดตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว

เปิดอันดับสโมสรใน พรีเมียร์ลีก ที่ได้ใบเหลืองจากการพุ่งล้มมากสุดนับตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว โดยเบอร์ 1 ทิ้งทีมอื่นอย่างเห็นได้ชัด โดยแน่นอน อาร์เซน่อล เป็นทีมที่ได้ใบเหลืองจากการพุ่งล้มมากสุดใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นับตั้งแต่ออกสตาร์ตฤดูกาล 2018/19 เป็นต้นมา โดยได้ไปทั้งหมด 7 ใบ ตามมาด้วย ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ได้ไป 4 ใบ
อันดับทีม พรีเมียร์ลีก ที่ได้ใบเหลืองจากการพุ่งล้มนับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว
1. อาร์เซน่อล 7 ใบ
2. สเปอร์ส 4 ใบ
3. บอร์นมัธ 2 ใบ
3. ฮัดเดอร์สฟิลด์ 2 ใบ
3. แมนฯ ยูไนเต็ด 2 ใบ
3. นิวคาสเซิ่ล 2 ใบ
3. เซาธ์แฮมป์ตัน 2 ใบ
